Cryptointrend
Bank of Thailand

ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มนำ CBDC มาใช้ภายในประเทศ

เมื่อโลกแห่งการเงินดิจิทัลกำลังได้รับความนิยมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก จึงทำให้ประเทศไทยเริ่มหันกลับมามองธุรกิจเงินดิจิทัลกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมาของบริษัทสื่อกลางเพื่อการซื้อขายและแลกเปลี่ยนที่คนไทยทำเอง หรือแม้แต่การสร้างเหรียญคริปโตฯ และการทำบล็อกเชนเป็นของตัวเอง จึงทำให้ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญต่อการทำธุรกิจเหรียญดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย ได้เริ่มนำ CBDC ออกมาทดลองใช้แล้ว จึงทำให้นักลงทุนด้านการเงินของไทยหลายรายเริ่มที่จะสนใจข่าวนี้กันมากยิ่งขึ้น

สถานการณ์ CBDC จากธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงนี้เป็นอย่างไร

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย พูดถึงการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่จะทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศของธนาคารกลางจากทั่วโลก สามารถทำได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น มีความทันสมัย ก้าวทันโลกการเงินรุ่นใหม่ได้มากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นจึงเป็นการร่วมมือกันของธนาคารกลางแห่งฮ่องกงหรือ HKMA, ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ CBUAE รวมถึงสถาบันศึกษาสกุลเงินดิจิทัลของประเทศจีน หรือ PBC DCI ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการที่จะเข้าร่วมโครงการ Inthanon-LionRock อย่างแน่นอน

ซึ่ง Inthanon-LionRock ถือว่าเป็นโครงการสำคัญที่จะร่วมกันพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล ให้สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวในหลากหลายประเทศ สกุลเงิน CBDC ที่ถูกพัฒนามาจากธนาคารกลางของโลกหลายแห่ง ถือว่าเป็นสกุลเงินหลักที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำมาร่วมพัฒนาจากโครงการนี้ โดยใช้ชื่อ Multiple Central Bank Digital Currency (m-CBDC) Bridge Project ที่ในความเป็นจริงแล้วโครงการนี้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อต้องการให้ศักยภาพด้านเทคโนโลยีทางการเงินมีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ จึงทำให้ครอบคลุมสกุลเงินได้เพิ่มมากขึ้นและทำงานตลอด 24 ชั่วโมงอย่างแม่นยำ ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและสามารถทำธุรกรรมทั้งในภาคธุรกิจและภาคประชาชนได้ดี

แต่โครงการมีอันต้องชะงักด้วยหลากหลายสาเหตุ ดังนั้นการพัฒนาใหม่จึงเกิดขึ้นใน 2 ปี ต่อมา คือ ปี 2564 ที่ทางธนาคารกลางของฮ่องกงและธนาคารแห่งประเทศไทย ได้นำกลับมาปัดฝุ่นเพื่อที่จะนำมาทดลองใช้จริงใหม่อีกครั้ง สรุปความคืบหน้าของโครงการ CBDC ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จับมือกับธนาคารกลางฮ่องกงและธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมไปถึงสถาบันทางการเงินสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้มีการออกประกาศเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 บนหน้าเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้พูดถึงเรื่องการพัฒนาที่จะมีอย่างต่อเนื่องและจะนำมาปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้ออกมาใช้งานได้จริงในเร็ววัน พร้อมมีโครงการที่จะช่วยประเมินผลการทดสอบ ซึ่งถ้าเรื่องทั้งหมดนี้ผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว รับรองได้ว่า CBDC อาจจะถูกผลักดันให้ออกมาใช้ในประเทศไทยได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม

ทำความรู้จักสกุลเงิน CBDC

CBDC เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกผลิตออกมาจากทางธนาคารกลางของประเทศ มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ทั่วไปในเรื่องของความน่าเชื่อถือที่มีสูงมาก เพราะมีธนาคารกลางเป็นผู้หนุนหลัง สามารถใช้เพื่อการชำระค่าสินค้า-บริการ และการโอนต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ซึ่งความต่างที่มีอย่างเห็นได้ชัดจากเหรียญคริปโตฯ ทั่วไปอย่าง Bitcoin และ Ethereum คือ การที่เหรียญเหล่าในนี้จะถูกผลิตออกโดยบุคคล หรือ กลุ่มบริษัทเอกชน และไม่มีการนำสกุลเงินสดมาค้ำไว้ จึงทำให้มูลค่าของเหรียญค่อนข้างผันผวนและแปรเปลี่ยนได้ง่าย เหมาะสำหรับการเก็งกำไร แต่ไม่เหมาะต่อการนำมาใช้ในเรื่องของการชำระค่าสินค้าหรือบริการใด ๆ แต่ CBDC จะมีมูลค่าที่ค่อนข้างนิ่งและคงที่มากกว่า โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ CBDC เพื่อการทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงินด้วยกันและ CBDC สำหรับภาคธุรกิจรายย่อยกับประชาชนทั่วไป

เป้าหมายสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ การพัฒนา CBDC เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทั่วไปและภาคธุรกิจภายในประเทศใดมากที่สุด เพราะจะช่วยทำให้ระบบการโอนเงิน การใช้จ่ายในเรื่องค่าบริการ หรือการชำระต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและก้าวทันโลกได้เป็นอย่างดี พร้อมการปรับเปลี่ยนประเทศไทยให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มตัว  เพื่อทำให้เศรษฐกิจใหม่ก้าวเดินหน้าไปพร้อมกับหลากหลายประเทศทั่วโลกและช่วยในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Satoshi

ไม่ได้เป็นคนสร้าง Bitcoin แต่เป็นหนุ่มน้อยที่มีจุดหมายอย่างแรงกล้า
จะเป็น Pokemon Trainer อันดับ 1 ของโลก โดยมีโปเกม่อนคู่ใจคือ Pikachu!

คอมเมนต์

16 + thirteen =

บทความล่าสุด