Cryptointrend

HSBC มีแผนย้ายข้อมูลสินทรัพย์ลง Blockchain ในปี 2020

HSBC_01

HSBC ธนาคารเพื่อการลงทุนชื่อดัง มีแผนการจะถ่ายโอนข้อมูลสินทรัพย์มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ไปยังโซลูชั่นบล็อกเชนที่เรียกว่า Digital Vault

เทคโนโลยี blockchain กำลังจะได้เป็นกำลังหลักของ HSBC เนื่องจากบริษัทได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนระเบียนข้อมูลจากการเป็นกระดาษทั้งหมด ไปเป็นระบบ blockchain โดยแหล่งข่าวระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าจำนวนมากของสถาบันการเงินสามารถเข้าถึงบันทึกของพวกเขาในแบบเรียลไทม์ในโซลูชั่น blockchain ที่สถาบันจะใช้ โดยทั้งนี้ HSBC ธนาคารเพื่อการลงทุนนี้ มีข้อมูลสินทรัพย์ประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ ที่จะถูกเปลี่ยนไปใช้โซลูชั่น blockchain

เทคโนโลยีนี้จะเรียกว่า Digital Vault ซึ่งคาดว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้นักลงทุนต่าง ๆ สามารถเข้าถึงบันทึกที่เก็บไว้ในบัญชีแยกประเภทของมันเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ซื้อในแหล่งตลาดเอกชนได้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงกระบวนการแปลงเป็นดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบางครั้งทำให้สถาบันการเงินชะงักเนื่องจากการอัพเดตแบบเรียลไทม์เป็นคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้หลายคนพิจารณาเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นวิธีหนึ่งในการเก็บบันทึก

รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายในการปรับใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ (แม้ว่า HSBC จะยังไม่สามารถหาจำนวนเงินนี้ได้) เทคโนโลยีบล็อกเชนจะช่วยให้สามารถสร้างรูปแบบห่วงโซ่คุณค่าใหม่ โดยคนกลางที่ไม่จำเป็นในการไหลเวียนของข้อมูลจะถูกลบออก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ HSBC ในพื้นที่บล็อกเชน ก่อนหน้านี้ธนาคารได้ทำธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้โดยใช้แพลตฟอร์ม HSBC

แน่นอนว่าสิ่งนี้บ่งชี้ว่าสถาบันการเงินกำลังมองหาการทำงานกับเทคโนโลยี blockchain เพื่อปรับปรุงกระบวนการของพวกเขาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การลดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัย

นอกจากนี้ธนาคารยังเชื่อว่าความต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้และตราสารทุนจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากมีการเติบโตในอัตราที่เร็วกว่าปกติ ธนาคารสันนิษฐานเพิ่มเติมว่ามูลค่ารวมการลงทุนส่วนตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 60% เป็น 7.7 ล้านล้านเหรียญภายในปี 2022 นอกจากนี้ธนาคารยังพิจารณาว่า การจัดสรรโดยผู้จัดการสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นเป็น 20% จาก 9% ด้วย

ในขณะที่คนจำนวนมากยังไม่แน่ใจในข้อได้เปรียบในการใช้งานของ DLT หรืออาจเป็นเรื่อปัจจัยต้นทุนเพียงอย่างเดียวในแง่ของการใช้งานการอัพเกรดการบำรุงรักษาความปลอดภัยความโปร่งใสและความสมบูรณ์ของข้อมูล จึงยังไม่มีคนหันมาใช้งานระบบนี้กัน

แต่อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของสถาบันการเงินชื่อดังอย่าง HSBC ก็คงสร้างความมั่นใจให้กับโลกไม่น้อย

LINK ที่มา

Admin Intrend

Cryptointrend Administrator

คอมเมนต์

twelve − two =

บทความล่าสุด