Cryptointrend
DeFi

กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าไม่อยากเสียเงินให้ DeFi Scams

เมื่อ DeFi เริ่มได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วโลกมากขึ้น จึงตามมาด้วยปัญหาการโจรกรรมที่ถือว่าเป็นปัญหาสุดคลาสสิกที่มักจะควบคู่ไปกับการลงทุนต่าง ๆ อยู่เสมอ ซึ่งการทำโจรกรรมในระบบของ DeFi ถูกเรียกว่า DeFi Scams ที่จะมาพร้อมการขโมยและการหลอกลวงหลายรูปแบบด้วยกัน ผู้ที่กำลังลงทุนในตลาด DeFi เองจึงควรศึกษาวิธีการโจรกรรมของเหล่ามิจฉาชีพไว้ เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายจนเกินไป

DeFi Scams คืออะไร

การโจรกรรมบนโลกออนไลน์กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดลงทุนเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ถูกโจมตีอย่างหนัก เพราะมูลค่าของเหรียญที่เพิ่มสูงขึ้น ถือว่าเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้การโจรกรรมมีมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือตลาดของ DeFi ที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน พร้อมไปด้วยมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ปัญหาการโจรกรรมก็เริ่มคุกคามเข้ามาในตลาด DeFi และกลายเป็นการ DeFi Scams ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุนอย่างหนัก ซึ่งการธุรกรรมนั้นจะมาในรูปแบบของการหลอกให้ลงทุนถือว่ามีความแนบเนียนมากเลยทีเดียว

ภายใน DeFi จะมีการเปิดให้ทำโครงการต่าง ๆ เพื่อเป็นการระดมทุนแล้วนำมาสู่การลงทุนต่อไปในอนาคต ดังนั้นเหล่ามิจฉาชีพจึงใช้วิธีการทำโครงการของ DeFi ขึ้นมาแล้วหลอกลวงนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ นอกจากนี้ยังมีการโจมตีโปรโตคอลของกลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อทำการโจรกรรมมูลค่าต่าง ๆ ภายในโปรโตคอลนั้นออกมา ซึ่งการหลอกลวงที่เกิดขึ้นภายในตลาด DeFi ที่พบได้มากที่สุดจะมีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ  

1.Exit Scams

Exit Scams จะมาในรูปแบบของการอยู่เบื้องหลังโครงการต่าง ๆ ภายใน DeFi แล้วหลอกให้นักลงทุนเข้ามาสนใจต่อตัวโครงการ จากนั้นจะทำการระดมทุนอย่างน่าเชื่อถือหรือบางรายอาจจะมีการขายเป็น Private sale เบื้องหลัง โดยจะเน้นทำให้นักลงทุนเห็นการได้คืนของ Token ในจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งจูงใจสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนหน้าใหม่หลายรายคิดว่าจะได้เงินกลับมาเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็จะรวบรวมเงินที่ได้ทั้งหมดนี้แล้วหายไปแบบไร้ร่องรอย

2.ใช้ช่องโหว่ของการลงทุน

แม้ว่าการลงทุนใน DeFi จะมีความปลอดภัยพอสมควร แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่องโหว่ของระบบยังมีอยู่ ดังนั้นผู้ที่ตั้งตนเป็นแฮกเกอร์จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ในการโจมตีโปรโตคอลที่อยู่ภายใน DeFi ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุดที่ Decentralized ของ DODO ถือว่าเป็นเว็บเทรดชื่อดังถูกโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์ภายในตลาด DeFi และสามารถหอบเงินหนีไปได้ถึง 3.8 ล้านดอลลาร์ จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ากลัวไม่น้อย ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบดีเยี่ยมและสามารถปกป้องการลงทุนของลูกค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมความรับผิดชอบในด้านการคืนเงินและการมอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจได้มากที่สุด

3.Rug Pulls

การลงทุนแบบ Rug Pulls จะเป็นการหลอกลวงที่คล้ายคลึงกับวิธีแรก แต่จะต่างตรงที่จะเปิดเป็นเว็บสไตล์ Decentralized Exchange แล้วใส่ความน่าสนใจด้วยการนำ Token ที่มีชื่อเสียงภายในภายมาโปรโมท เช่น PancakeSwap,  Uniswap และ SushiSwap เพื่อทำให้คนเห็นว่าเว็บแห่งนี้มีความน่าสนใจแล้วเข้ามาฝากเงินกันภายใน Pool แต่เมื่อเงินฝากสูงขึ้นจนได้มากพอ จะมีการดึงเงินออกจาก Pool นั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้จำนวนสูงแล้วจะปิดเว็บไซต์หนีไปทันที ซึ่งโปรเจ็คของ TurtleDex สามารถขโมยเงินจากนักลงทุนไปได้สูงถึง 2.5 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

วิธีเลี่ยงการถูก DeFi Scams

สำหรับวิธีการหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้โดน DeFi Scams จะมีวิธีดังต่อไปนี้

  • ก่อนจะเข้าร่วมโครงการใด ๆ ภายใน DeFi ต้องศึกษาที่มาและทีมงานของทางโครงการให้ครบถ้วนในหลากหลายด้าน
  • ตรวจสอบหน้า About Us ที่คุณจะสามารถเข้าไปดูว่าสมาชิกภายในเป็นใคร แต่ถ้าเป็นผู้ที่ไม่เปิดเผยตัวตน ให้คุณดูในด้านอื่น ๆ ต่อไป โดยคุณจะต้องใช้เวลาในการศึกษาแต่ละโครงการนานพอสมควร
  • เมื่อใดที่เริ่มซักถามข้อมูลกับทางผู้ให้บริการมากขึ้น แล้วผู้ให้บริการเริ่มแสดงท่าทีไม่พึงพอใจ ให้รีบถอยออกมาทันที
  • เลือกเฉพาะกองทุนที่มีความน่าเชื่อถือและมีผู้ลงทุนจริงมาการันตี
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้ช่อง Research ของทาง DeFi
  • เลือกผู้ให้บริการที่สามารถเปิด Smart Contact แบบเป็นสาธารณะได้
  • เข้าใช้บริการระบบ Audit Smart Contract เพื่อการตรวจสอบสัญญาด้วยตัวคุณเอง
  • ตรวจสอบวิธีการแจกจ่ายและการซื้อขาย Token ถ้ามีรูปแบบที่ผิดเพี้ยนไปจากปกติ ให้คิดว่า Token นั้นอาจจะมี DeFi Scams ได้

เมื่อคุณรู้แล้วว่า DeFi Scams มีความน่ากลัวมากแค่ไหนและจะมาด้วยรูปแบบใดบ้าง เรื่องต่อไปที่คุณควรทำคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ ที่อาจพาให้สูญเสียเงินลงทุนได้และการตรวจสอบอย่างละเอียด จะเป็นส่วนสำคัญมากที่จะทำให้คุณรอดพ้นจากการถูกโจรกรรมครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุดคืออย่าเห็นแก่การลงทุนที่ได้กลับคืนมามหาศาล เพราะนั่นอาจจะเป็นหลุมพรางที่เหล่ามิจฉาชีพได้ขุดหลุมพราง เพื่อรอให้คุณเป็นเหยื่อนั้นเอง

Satoshi

ไม่ได้เป็นคนสร้าง Bitcoin แต่เป็นหนุ่มน้อยที่มีจุดหมายอย่างแรงกล้า
จะเป็น Pokemon Trainer อันดับ 1 ของโลก โดยมีโปเกม่อนคู่ใจคือ Pikachu!

คอมเมนต์

eight − six =

บทความล่าสุด