Cryptointrend

บัตรเดบิต ที่จะช่วยทำให้คุณสามารถใช้ BCH ได้ทุกที่ทุกเวลา

debit-credit-card-payment

Cryptocurrencies อีกหนึ่งตัวอย่าง เช่น Bitcoin cash นั้นเหมาะอย่างยิ่งกับใช้เป็นช่องทางในการชำระเงิน ในขณะที่ความนิยมกำลังเพิ่มขึ้น เพราะคนทั่วไปเริ่มเห็นในประโยชน์ของมัน แน่นอนว่าการยอมรับจำนวนมากขึ้นยังคงเป็นเป้าหมายระยะยาว ในขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ของ Fintech บางตัวกำลังช่วยปรับปรุงการใช้จ่ายเงินดิจิตอลแบบกระจายอำนาจในโลกที่มีอำนาจครอบงำ ขณะนี้มีตัวเลือกของบัตรเดบิต crypto ที่จะช่วยให้คุณชำระเงินด้วย BCH ทุกที่ที่รับบัตรเครดิตธนาคาร

บัตร Crypto สหรัฐอเมริกาที่สามารถเติมด้วย BCH

บัตร Bitpay เป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา และก็เป็นตัวเลือกเพียงไม่กี่ตัวนั่นแหละสำหรับผู้ใช้ crypto ชาวอเมริกันมีทางเลือกอื่นเช่น SHIFT แต่ก็เหมือนจะไม่พร้อมใช้งาน

bitpay debitcard payment btc bch
Bitpay Card

บัตร Bitpay ที่ว่านี้ ออกโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินด้วย crypto ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นอย่างดี รองรับทั้ง bitcoin cash (BCH) และ bitcoin core (BTC) สำหรับผู้ที่มี Bitpay Wallet นั้น สามารถแปลงเหรียญเป็นดอลลาร์สหรัฐและใช้กับผู้ค้าปลีกที่รับวีซ่าก็ได้

blockcard payment wallet bch btc
blockcard

ขณะนี้ผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาสามารถใช้บัตรเดบิต crypto จาก Blockcard ได้แล้ว เมื่อคุณสมัครเติมเงินดิจิทัล และผ่านกระบวนการ KYC คุณก็จะสามารถรับบัตรวีซ่าเสมือนได้ คุณสามารถเติมเงินในบัญชีของคุณด้วย cryptocurrencies หลัก ๆ เช่น BCH, BTC, ETH และ LTC รวมถึง stablecoins อีกหลายตัว ซึ่งจำนวนเงินที่ฝากในบัตรจะถูกแปลงเป็นเหรียญ ternio (TERN) ซึ่งจะขายให้กับคำสั่งซื้อ ณ เวลาที่ทำการซื้อ เพื่อนำไปใช้งาน

รวมไปถึงยังมี Coinbase Card ให้เลือกใช้อีก

coinbase payment wallet exchange btc bch
coinbase card

Coinbase เว็บเทรด cryptocurrency ชั้นนำของอเมริกา เปิดให้บริการบัตรวีซ่าเดบิตใน 19 ประเทศในยุโรป ปัจจุบันบัตร Coinbase แบบพลาสติกนี้ ให้บริการแก่ลูกค้าในออสเตรีย, เบลเยียม, ไซปรัส, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, สเปน และสหราชอาณาจักร ซึ่งทาง coinbase ตั้งใจจะขยายตลาดเพิ่มอีกด้วย

ตอนนี้พวกเราสามารถใช้บัตรพวกนี้ ในการชำระเงินทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ได้ที่ร้านค้าปลีกทุกแห่งที่รับ Visa รวมถึงผู้ที่ถือบัตรยังสามารถถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มทั่วโลก ซึ่งวงเงินใช้จ่ายรายวันอยู่ที่ 10,000 ปอนด์หรือ 10,000 ยูโร ในขณะที่การถอนเงินสดถูก จำกัด ไว้ที่ 500 ยูโร

นี่แค่ตัวเลือกในอเมริกานะ ยังไม่นับในยุโรปที่มีทั้ง Bitcard, 2gether, Uquid และ MCO Visa อิจฉามั้ยล่ะ จริง ๆ ในเมืองไทยก็มีบัตรที่ใช้งานได้แล้วเช่นกันนะ เอาไว้วันหลังเดี๋ยวจะมาบอกว่ามีอันไหนบ้างแล้วกัน

ที่มา: LINK

Satoshi

ไม่ได้เป็นคนสร้าง Bitcoin แต่เป็นหนุ่มน้อยที่มีจุดหมายอย่างแรงกล้า
จะเป็น Pokemon Trainer อันดับ 1 ของโลก โดยมีโปเกม่อนคู่ใจคือ Pikachu!

คอมเมนต์

5 × two =

บทความล่าสุด